ศาสตราจารย์ มักกอนนากัล

อัพเดตล่าสุด

ศาสตราจารย์ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล

เนื้อหาโดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง

www.pottermore.com


วันเกิด : 4 ตุลาคม
ไม้กายสิทธิ์ : ไม้เฟอร์ กับแกนกลางบรรจุ เอ็นหัวใจมังกร ความยาวเก้านิ้ว½ และแข็ง
บ้านที่ฮอกวอตส์ : กริฟฟินดอร์
ความสามารถพิเศษ: แอนิเมจัส (แมวลายสีน้ำตาลเทามีลอยตำหนิเป็นรูปแว่นตา) พรสวรรค์ทางกีฬา ควิดดิช
เชื้อสาย : พ่อเป็นมักเกิ้ล แม่เป็นแม่มด
ครอบครัว : สามีชื่อ เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต  เสียชีวิตแล้ว, ไม่มีลูก
งานอดิเรก : งานเย็บถัก , ตรวจบทความ , ชมกีฬาควิดดิช, เชียร์ทีม Montrose Magpies

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ mcgonagall pottermore

ชีวิตในวัยเด็ก

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เป็นลูกคนแรกและลูกสาวคนเดียวของ นักบวชนิกายเพรสไบรเทอร์เรียนชาวสก็อตแลนด์กับแม่มดผู้จบการศึกษาจากฮอกวอตส์ เธอเติบโตในที่ราบสูงของสก็อตแลนด์ในช่วงต้นของศตวรรษที่ยี่สิบและค่อยๆเกิดความสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของตัวเองและชีวิตแต่งงานของพ่อแม่ของเธอ

 โรเบิร์ต มักกอนนากัล พ่อของมีเนอร์ว่า หลงใหลในความร่าเริงมีชีวิตชีวาของ อิโซเบล โรส โดยเขาทั้งคู่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน  เหมือนเพื่อนบ้านคนอื่นๆ โรเบิร์ต เชื่อว่า อิซาเบล ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนกุลสตรีในอังกฤษ แต่ความจริงแล้ว ในตอนที่เธอไม่ได้อยู่บ้านเป็นเดือนๆ เธอไปศึกษาที่ฮอกวอตส์ โรงเรียนแห่งพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์คาถา

อิซาเบลรับรู้ว่า พ่อและแม่ของเธอ(ทั้งคู่เป็นพ่อมดแม่มด)จะไม่พอใจที่เธอติดต่อกับมักเกิ้ลหนุ่ม เธอจึงเก็บความสัมพันธ์ของเธอและโรเบิร์ตที่พัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นความลับ  จนเธอมีอายุได้สิบแปดปี เธอได้ตกหลุมรักกับ โรเบิร์ต แต่น่าช่างน่าเสียดาย ที่เธอยังไม่มีแรงจูงใจที่มากพอจะบอกโรเบิร์ตว่าเธอเป็นอะไร

ทั้งคู่ตัดสินใจหนีตามกันไปโดยทิ้งความโกรธเคืองของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไว้เบื้องหลัง ในขณะที่ห่างจากครอบครัวของเธอ อิโซเบลไม่สามรถทำลายความสุขของตนด้วยการบอกสามีว่าเธอเรียนจบด้วยคะแนนสูงสุดในสาขามนต์เสน่ห์จากฮอกวอตส์ อีกทั้งยังเป็นเคยเป็นกัปตันทีมควิดดิช  อิโซเบลและโรเบิร์ต ย้ายไปยังบ้านพักนักบวชแถวชานเมืองเคสเนสที่ซึ่งเธอสามารถบริหารเงินเดือนอันน้อยนิดของผู้ช่วยบาทหลวงได้อย่างน่าประหลาดใจ

การเกิดของลูกคนแรก มิเนอร์ว่า พิสูจน์ทั้งความสุขและความวิกฤติ  อิโซเบลเริ่มคิดถึงครอบครัวของเธอและชุมชุมเวทมนตร์ที่เธอยอมจากมาเพราะความรัก  เธอยืนกรานที่จะตั้งชื่อลูกสาวของเธอตามยายของเธอผู้เป็นแม่มดมากพรสวรรค์

ชื่อที่ไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้คนที่อาศัยโดยรอบทำให้ผู้คนจ่างสงสัยและตั้งคำถาม แต่สาธุคุณ โรเบิร์ต มักกอนนากัลรู้สึกลำบากใจในการอธิบายชื่อของลูกสาวซึ่งเป็นชื่อที่ภรรยาของเขาตั้งให้แก่ประชาชนในสังกัดโบสถ์  ไม่เพียงแค่นั้นเขายังรับรู้ได้ถึงความหงุดหงิดจากภรรยาอยู่บ่อยๆ โดยเพื่อนของเขาบอกว่าผู้หญิงมักจะอารมณ์แปรปรวนหลังงจากให้กำเนิดเด็กทารกและในอีกไม่นานอิโซเบลก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม อิซาเบลกลายมาเป็นผู้ที่ไม่ชอบการเข้าสังคมอย่างหนัก เธอมักจะเป็นแยกตัวไปกับมิเนอร์ว่าเป็นวันๆ  ไม่นานหลังจากนั้นอิโซเบลได้บอกกับลูกสาวว่า มิเนอร์ว่าได้แสดงความสามารถทางเวทมนตร์ออกมาทีละเล็กทีละน้อยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เช่น ของเล่นที่ถูกวางไว้บนชั้นถูกพบในเปลของเธอ  แมวที่เลี้ยงไว้ทำตามคำสั่งของเธอก่อนที่เธอจะเริ่มพูด  เครื่องดนตรีของพ่อเธอ(ปี่สก็อต) บรรเลงด้วยตัวของมันเองเป็นครั้งคราวจากห้องที่ห่างไกล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มิเนอร์ว่าน้อยอมยิ้มทุกครั้ง  เธอรู้สึกภูมิใจที่ลูกสาวเป็นแม่มดที่มีพรสวรรค์แต่ในขณะเดียวกันความกลัวว่าความลับจะถูกค้นพบก็กัดกินหัวใจเธอ เธอรู้ว่าสักวันเธอต้องสารภาพความจริงกับโรเบิร์ตก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติด้วยตัวเอง

ในท้ายที่สุด เพื่อที่จะตอบคำถามอันอดกลั้นของโรเบิร์ต อิโซเบลร่ำไห้พร้อมกับไปหยิบไม้กายสิทธิ์จากกล่องใต้เตียงนอนและแสดงให้โรเบิร์ตเห็นว่าอะไรที่เธอเป็น

ถึงแม้ว่ามิเนอร์ว่าจะเด็กเกินกว่าที่จะจำได้ว่าอะไรเกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น แต่ผลลัพธ์ของคืนนั้นก็ได้ทิ้งเธอไว้กับความเข้าใจอันขมขื่นของความยุ่งยากในการเติบโตอย่างมีเวทมนต์ท่ามกลางโลกของมักเกิ้ล  แม้ว่าโรเบิร์ต มักกอนนากัลจะรักภรรยาของเขาไม่น้อยไปกว่าความตกใจที่รู้ว่าเธอเป็นแม่มดจากการเปิดเผยของเธอและความจริงที่ว่าเธอปิดบังเรื่องนี้กับเขามาอย่างยาวนานมากกว่านั้น โรเบิร์ตผู้ซึ่งภูมิใจในความซื่อตรงและซื่อสัตย์ของตัวเอง ถูกลากเข้าสู่ชีวิตที่เต็มไปด้วยการปกปิดซึ่งต่างจากนิสัยโดยธรรมชาติของเขา

อิซาเบล อธิบายพร้อมน้ำตาว่า เธอ(และลูกสาว) ต้องทำตามพันธสัญญาจากบัญญัติแห่งการเก็บรักษาความลับนานาชาติ โดยการปิดบังความจริงเกี่ยวกับตัวเองหากไม่ต้องการเผชิญกับความไม่พอใจจากกระทรวงเวทย์มนต์ โรเบิร์ตเองรู้สึกตกใจในความคิดที่ว่าผู้คนท้องถิ่นจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการมีแม่ใดในหมู่บ้านเป็นภรรยาของบาทหลวง

ถึงแม้ความรักจะยังคงอยู่ หากแต่ความเชื่อใจได้พังทลายลงระหว่างพ่อแม่ของมิเนอร์ว่า เธอฉลาดและช่างสังเกตุเธอมองเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยความรู้สึกหดหู่ใจและเศร้า  ลูกชายอีกสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวมักกอนนากัล และทั้งสองต่างก็มีความสามารถทางเวทย์มนต์

มิเนอร์ว่าช่วยแม่ของเธออธิบายมัลคอมและโรเบิร์ตจูเนียร์ว่าพวกเราต้องไม่โอ้อวดเวทย์มนต์ และต้องช่วยอิโซเบลปิดบังอุบัติเหตุทางเวทย์มนต์ที่เกิดขึ้นเป็นบางครั้งจากการรับรู้ของโรเบิร์ต

มิเนอร์ว่าสนิทกับพ่อชาวมักเกิ้ลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอมีลักษณะนิสัยคล้ายกับเขามากกว่าแม่ของเธอ เธอมักรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งเวลาเห็นว่ามากแค่ไหนที่โรเบิร์ตต้องต่อสู้ดิ้นรนกับเหตุการณ์แปลกๆของครอบครัว และเธอก็รู้สึกได้เช่นกันว่าแม่ของเธอต้องรู้สึกกดดันขนาดไหนเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันคนในหมู่บ้านที่ทุกคนเป็นมักเกิ้ล และ เธอก็รู้สึกว่าแม่ของเธอคิดถึงความอิสระเสรีในการอยู่กับผู้คนที่เป็นแบบเธอรวมถึงการฝึกฝนพรสวรรค์ที่สำคัญของเธอ

มิเนอร์ว่าไม่เคยลืมว่าแม่ของเธอเคยร้องไห้หนักขนาดไหนยามที่จดมายเรียนเชิญให้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์โรงเรียนแห่งพ่อมดแม่มดและมนต์คาถาส่งมาถึงในวันเกิดครบรอบอายุสิบเอ็ดปีของเธอ มิเนอร์ว่ารู้ดีว่าที่อิโซเบลร้องไห้ออกมาจากความภาคภูมิใจ และในขณะเดียวก็ออกมาจากความอิจฉา

ชีวิตในวัยเรียน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

บ่อยครั้งที่พ่อมดแม่มดวัยเยาว์มาจากครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับเอกลักษณ์ทางเวทย์มนต์ สำหรับมิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ฮอกวอตส์เปรียบเสมือนสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนานและความอิสระ  มิเนอร์ว่ากลายเป็นจุดสนใจพิเศษในเย็นวันแรกขณะที่เธอถูกหมวกคัดสรรใช้เวลาพิจารณานานมากเกินปกติ โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่าหมวกชะงัก หลังจากหมวกใช้เวลาพิจารณาไปกว่าห้านาทีกับอีกสามสิบวินาที หมวกคัดสรรค์ที่ลังเลระหว่างบ้าน เรเวนคลอ กับ กริฟฟินดอร์ ได้คัดให้มิเนอร์วาอยู่ในบ้านกริฟฟินดอร์

ไม่กี่ปีหลังจากนั้น เหตุการณ์คัดสรรค์นี้ได้กลายมาเป็นหัวข้อสนทนาอารมณ์ขันระหว่าง มิเนอร์ว่าและเพื่อนร่วมงาน ฟิเลียส ฟลิตวิค ผู้ซึ่งเกิดเหตุการณ์หมวดชะงักในทำนองเดียวกันแต่ผลลัพธ์กลับออกมาในทางตรงกันข้าม หัวหน้าบ้านทั้งสองรู้สึกขำขันทุกครั้งที่คิดว่าพวกเขาอาจจะต้องสลับตำแหน่งกันในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตวัยรุ่น

มิเนอร์ว่าถูกรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเธอเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นด้วยความสามารถพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ในขณะที่เธอพัฒนาผ่านการเรียน เธอแสดงให้เห็นว่าเธอสืบทอดพรสรรค์มาจากแม่และความรู้สึกทางคุณธรรมจากพ่อ

ตำแหน่งในโรงเรียนของมิเนอร์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับ โพโมนา สเปราต์ ถึงสองปีผู้ซึ่งภายหลังได้เป็นหัวหน้าบ้านฮัฟเฟิลพัฟ และทั้งสองก็รู้สึกสนุกกับความสัมพันธ์ในช่วงนั้นและในปีต่อๆมา

ในช่วงสุดท้ายก่อนจบการศึกษาจากฮอกวอตส์ มิเนอร์วาประสบความสำเร็จในการศึกษา ด้วยคะแนนสูงสุดของการสอบ ว.พ.ร.ส และ ส.พ.บ.ส  นักเรียนตัวอย่าง หัวหน้าบ้าน และผู้ชนะในการแข่งขันนักเปลี่ยนแปลงรูปร่างรุ่นเยาว์

ภายใต้การแนะนำของอาจารย์นักเปลี่ยนแปลงรูปร่างผู้เป็นแรงบันดาลใจ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์) เธอได้กลายมาเป็นแอนิเมจัสด้วยลักษณะของสัตย์ที่โดดเด่นคือ แมวเพศเมียที่มีลายสี่เหลี่ยมรอบดวงตาเสมือนสวมแว่นตาอยู่ ได้ถูกบันทึกอย่างถูกต้องที่สำนักทะเบียนแอนิเมจัสของกระทรวงเวทมนตร์

มิเนอร์ว่ายังเป็นนักกีฬาควิดดิซที่มีพรสวรรค์เหมือนแม่ของเธอถึงแม้เธอจะเกิดเหตุการณ์การร่วงหล่นที่ไม่น่าจดจำจากการเล่นผิดกติกาในการแข่งขันระหว่างกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินในรอบตัดสินช่วงปีสุดท้ายในการเรียนของเธอ  ผลจากการตกครั้งนั้นทำให้เธอมีอาการซี่โครงหักอย่างรุนแรงและความต้องการที่จะเห็นสลิธีรินถูกบดขยี้ในกีฬาควิดดิชตลอดชีวิตของเธอ  แม้ว่าเธอจะเลิกเล่นควิดดิชหลังจบจากฮอกวอตส์ศาสตราจารย์มักกอนนากัลผู้มีสัญชาตยานความเอาชนะโดยกำเนิดยังคงมีความสนใจในโชคชะตาของทีมกริฟฟินดอร์และยังเสาะแสวงหาผู้มีพรสวรรค์ในการเล่นควิดดิช

อกหักครั้งแรก

หลังจากจบการศึกษาจากฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่ากลับมายังบ้านพักบาทหลวงที่เธอเคยอยู่เพื่อใช้เวลาช่วงหน้าร้อนสุดท้ายนี้กับครอบครัวก่อนที่เธอจะออกเดินทางสู่ลอนดอน เมืองที่เธอได้รับข้อเสนอให้ดำรงด์ตำแหน่งในกระทรงเวทมนตร์ ฝ่ายการบังคับใช้กฎหมายเวทย์มนต์  ช่วงเวลาเป็นเดือนๆเป็นการพิสูจน์ที่ยากที่สุดในชีวิตของเธอด้วยในวัยตอนนั้นเพียงสิบแปดปี  เธอได้แสดงให้เห็นว่าเธอนั้นเป็นลูกสาวของอิโซเบลอย่างแท้จริงโดยการตกหลุมรักหนุ่มชาวมักเกิ้ล  เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของมิเนอร์วา มักกอนนากัลที่เธอพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอทำอะไรลงไปโดยปราศจากการคิด

โดกัลป์ แมคกรีเกอร์ เป็นลูกชายสุดหล่อ ฉลาด และมีอารมณ์ขันของเจ้าของฟาร์มในชนบท และมิเนอร์ว่าถึงแม้จะมีความสวยที่น้อยกว่าอิโซเบล แต่เธอนั้นฉลาดและมีไหวพริบทางด้านอารมณ์ พวกเขาทั้งสองมักจะแบ่งปันความสนุกสนาน ถกเถียงกันอย่างออกรส และสงสัยในความน่าค้นหาของกันและกัน โดยก่อนที่ทั้งสองจะรู้ตัว โดกัลป์ก็ได้คุกเข่าบนทุ่งหญ้าที่ถูกเตียนเพื่อขอมิเนอร์ว่าแต่งงาน และเธอก็ตอบตกลง

เธอกลับไปยังบ้านด้วยความตั้งใจที่จะบอกพ่อแม่ของเธอเกี่ยวกับการหมั้นของเธอกับโดกัลป์ แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้  ตลอดทั้งคืนมิเนอร์ว่าไม่สามารถข่มตาหลับ ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับอนาคตของเธอ โดกัลป์ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นแม่มดไม่ต่างกับที่พ่อของเธอไม่รู้ว่าแม่ของเธอเป็นอะไรก่อนที่จะตกลงปลงใจแต่งงานกัน  มิเนอร์ว่ารู้ดีว่าชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรหากเธอแต่งงานกับโดกัลเนื่องจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กของเธอ การแต่งงานครั้งนี้อาจจะเป็นจุดจบของความปรารถนาของเธอ เธอจะไม่สามารถใช้ไม้กายสิทธิ์ได้อีกต่อไป ลูกๆของเธอต้องเติบโตมาด้วยการโกหกอาจจะต้องโกหกแม้แต่กับพ่อของพวกเขาเองด้วยซ้ำ

มิเนอร์ว่าจะไม่หลอกตัวเองว่า โดกัลป์ แมคกรีเกอร์จะติดตามเธอไปยังลอนดอนเพราะในขณะที่เธอไปทำงานทุกวันที่กระทรวงเวทมนต์ เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อที่จะรับช่วงต่อฟาร์มจากพ่อของเขา  ในเช้าวันถัดไป มิเนอร์ว่าผละออกจากบ้านของพ่อแม่และกลับไปหา โดกัลป์เพื่อที่จะบอกว่าเธอได้เปลี่ยนใจและไม่สามารถที่จะตกลงแต่งงานกับเขาได้

เธอรู้ดีแก่ใจว่าหากเธอผิดข้อตกลงในการรักษาความลับนานาชาติ เธอจะต้องสูญเสียงานของเธอที่กระทรวงเวทมนตร์เธอจึงไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีพอเพื่อบอกกับโดกัลว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจเช่นนี้

เธอปล่อยให้เขาหัวใจสลาย และออกเดินทางสู่ลอนดอนในสามวันถัดมา

งานที่กระทรวงเวทมนตร์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

มิเนอร์ว่ารู้สึกไม่มีความสุขกับบ้านใหม่และการทำงานเนื่องจากความจริงที่ว่าเธอเพิ่งเผชิญกับวิกฤตทางอารมณ์ เพื่อนร่วมงานบางคนของเธอมีความคิดต่อต้านมักเกิ้ลซึ่งทำให้เธอรู้สึกโศกเศร้าเพราะด้วยความรักที่เธอมี่ต่อพ่อชาวมักเกิ้ลและ โดกัลป์ แมคกรีเกอร์  ถึงแม้ว่าเธอจะมีเพื่อนร่วมงานที่มากความสามารถและมีพรสวรรค์บวกกับ เอลฟิลสโตน เออร์ควอร์ต ผู้เป็นหัวหน้าที่เธอเคารพรัก แต่มิเนอร์ว่ายังคงรู้สึกไม่มีความสุขกับการอยู่ในลอนดอนและคิดถึงสก็อตแลนด์บ้านของเธออยู่เสมอ  จนท้ายที่สุดหลังจากทำงานที่กระทรวงเวทย์มนต์ได้สองปี เธอถูกนำเสนอให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติแต่เธอกลับตอบปฏิเสธ

เธอส่งนกฮูกไปที่ฮอกวอตส์เพื่อสอบถามความเป็นไปได้ที่เธอจะได้รับการพิจารณาให้เป็นอาจารย์ผู้สอน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงนกฮูกบินกลับมาพร้อมกับข่าวดีว่าเธอได้รับข้อเสนอให้เป็นอาจารย์ในภาควิชาการเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายใต้หัวหน้าภาควิชาซึ่งก็คือ อัลบัส ดัมเบิลดอร์

มิตรภาพระหว่าง อัลบัส ดัมเบิลดอร์

ทางโรงเรียนรู้สึกยินดีกลับการกลับมาของมิเนอร์ว่า มัคกอนนากัล เธอผันตัวเองสู่การทำงานจนกลายมาเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดแต่ก็สามารถให้แรงบันดาลใจแก่เด็กๆ เธอมักจะกระซิบกับตัวเองอยู่เสมอว่า การเก็บจดหมายรักจากโดกัลป์ แมคกรีเกอร์ไว้ในกล่องใต้เตียง ดีกว่าการที่เธอจะต้องเก็บไม้กายสิทธิ์ไว้ตรงนั้น  อย่างไรก็ตามเธอยังคงรู้สึกช็อคหลังจากทราบข่าวจากอิโซเบลแม่ของเธอผ่านทางจาดหมายพูดคุยเกี่ยวกับข่าวคราวของชุมชนว่าโดกัลได้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของฟาร์มอีกแห่งหนึ่ง

อัลบัส ดัมเบิลดอร์พบมิเนอร์ว่าที่เต็มไปด้วยน้ำตาอยู่ในห้องเรียนในช่วงสายของเย็นวันหนึ่งและเธอก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง  ดัมเบิ้ลดอร์มอบทั้งความสบายใจและสติปัญญาแก่มิเนอร์ว่าอีกทั้งยังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของเขาที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันเกิดขึ้นระหว่างมิเนอร์ว่าและอัลบัสในคืนนั้น ซึ่งเป็นพื้นฐานของความเครพและมิตรภาพที่ยั่งยืนจากเรื่องราวของทั้งคู่ที่กลายมาเป็นความลับของกันและกัน

ชีวิตการแต่งงาน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ maggie smith cry

ในช่วงปีแรกๆของการทำงานที่ฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่ายังคงไว้ซึ่งมิตรภาพและความสัมพันธ์กับ เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต หัวหน้าเก่าของเธอที่กระทรวงเวทมนตร์ วันหนึ่งเขามาเยี่ยมเธอที่ สก็อตแลนด์ในช่วงวันหยุดและสร้างความประหลาดใจและเขินอายให้เธอไปพร้อมๆกันด้วยการขอแต่งงานในร้านน้ำชาของมาดามพุดดี้ฟุต  แต่มิเนอร์ว่ายังไม่สามารถลืมความรักที่มีกับโดกัลได้ เธอจึงตอบปฏิเสธแต่ถึงอย่างนั้น เอลฟินสโตน ก็ไม่เคยหยุดรักมิเนอร์ว่าและยังคงมุ่งหน้าขอเธอแต่งงานต่อไป หากแต่เธอก็ยังคงปฏิเสธทุกครั้ง

การเสียชีวิตของโดกัลป์ แมคกีเกอร์ มอบความเศร้าเสียใจอย่างมากมายแก่มิเนอร์ว่าแต่ในขณะเดียวกันก็สเหมือนเป็นการปลดปล่อยเธอจากโซ่ตรวนหัวใจ   ไม่นานหลังจากโวลเดอมอร์ถูกปราบครั้งแรก ในตอนนั้นเอลฟินสโตนเต็มไปด้วยผมสีขาว ได้ทำการขอมิเนอร์ว่าแต่งงานอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนระหว่างการเดินเล่นริมแม่น้ำในพื้นที่ของฮอกวอตส์ แต่ต่างจากเดิมที่ในครั้งนี้มิเนอร์ว่าตอบตกลง  เอลฟินสโตนเกษียณจากงานและใช้เวลาอยู่กับตัวเองด้วยความปิติยินดี เขาซื้อบ้านหลังเล็กๆเพื่อมิเนอร์ว่าและตัวเขาเองในชนบทที่ Hogsmeade  สถานที่ซึ่งเธอสามารถเดินทางไปทำงานได้อย่างสะดวกสะบาย

เป็นที่รู้กันของเหล่านักเรียนที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายรุ่นว่า ศาสตราจารย์ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ประกาศจะใช้ชื่อและนามสกุลเดิมถึงแม้ว่าจะแต่งงานแล้ว ถึงแม้ว่าพวกนักอนุรักษ์นิยมจะรู้สึกฟึดฟัดและสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมเธอปฏิเสธที่จะใช้ชื่อของสายเลือดบริสุทธิ์และเลือกที่จะใช้ชื่อของพ่อชาวมักเกิ้ล

ชีวิตการแต่งงานของเธอนั้นมีความสุขดีแม้จะไม่ยืนยาวดั่งที่ควรจะเป็น  ทั้งสองไม่มีลูกเป็นของตัวเองแต่ว่าหลานชายและหลานสาวของมิเนอร์ว่าที่เป็นลูกๆของน้องชายของเธอมักจะมาเยี่ยมเธออยู่บ่อยๆ และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกถูกเติมเต็ม

การจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัวของเอลฟินสโตนจากการถูกกัดโดยเทนตะคูลามีพิษเกิดขึ้นหลังจากการแต่งงานไปได้เพียงสามปี สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ทุกคนที่รู้จักเขาทั้งคู่ มิเนอร์ว่าไม่สามารถที่จะฝืนอยู่ตามลำพังในบ้านของพวกเขา หลังจากงานศพของเอลฟินสโตนเสร็จสิ้น  เธอเก็บข้าวของและกลับไปยังห้องที่ปูด้วยหินอย่างไม่แน่นหนาในปราสาทฮอกวอตส์ผ่านทางประตูลับในกำแพงในชั้นเรียนแรก  เธอยังคงเป็นคนที่กล้าหาญและมีโลกส่วนตัวสูง เธอทุ่มพลังทั้งหมดไปกับงานของเธอ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอกำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน ยกเว้นดัมเบิลดอร์

ความคิดของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง

มิเนอร์ว่าคือเทพเจ้าหญิงแห่งนักรบและสติปัญญาของโรมันและ วิลเลี่ยม มักกอนนากัล ถูกสถาปนาให้เป็นนักกวียอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ มีอะไรบางอย่างที่ฉันไม่สามารถต้านทานได้เกี่ยวกับชื่อของเขา และความคิดที่ว่าผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้อาจจะเป็นญาติห่างๆกับเจ้าของมุกตลกห้าบาทสิบบาทอย่าง มักกอนนากัล

ตัวอย่างเล็กๆของงานเขาจะให้รสชาติของความตลกที่ไม่ได้พยายาม

ตัวอย่างด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของกวีที่ถูกเขียนไว้เป็นอนุสรณ์เกี่ยวกับ หายนะทางรถไฟวิคตอเรียน:

สะพานรถไฟที่แสนสวยของซิลเวอร์รี่เทย์

อนิจจา ฉันเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะพูด

ว่าชีวิตเก้าสิบคนถูกพรากจากไปแล้ว

ในวันสะบาโตครั้งสุดท้ายของปี 1879

ซึ่งจะถูกจดจำไปอีกนานเท่านาน

———-

ป.ล.รูปภาพบางรูปในบทความอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวภาพยนตร์เรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ได้นำรูปมาเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น

อ่านเรื่องราวในโลกเวทมนตร์ได้อีก ที่เมนู  “ โลกเวทมนตร์ ”

หลากหลายเรื่องราวรอคุณอยู่ที่นี่

ศาสตราจารย์ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เนื้อหาโดย เจ.เค. โร